2007/Aug/07

บางสิ่งเมื่อมองดูภายนอก ก็เห็นว่าสวยดี
แต่จะรู้บ้างไหมว่า ข้างในเป็นอย่างไร
บางคนแต่งตัวหรูหรา ฟู่ฟ่า
แต่จะรู้บ้างไหมว่า คนๆนั้นเป็นอย่างไร
สิ่งสวยงามมักจะมาพร้อมกับความไม่สวยงามเสมอ
ความไม่สวยงามมักถูกห่อหุ้มด้วยสิ่งสวยงาม ฉันใด
พระราชวังที่ยิ่งใหญ่ อลังการก็มาพร้อมกับความว่างเปล่า ฉันนั้น
เป็นความว่างเปล่าที่แม้แต่ ทองที่เหลืองอร่าม เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่หรูหรา
หรืออำนาจของกษัตริย์ที่ล้นฟ้า
ก็ไม่สามารถทำให้"ความว่าง"นั้น กลับ"มี"ขึ้นมาได้
ความว่างของจิตใจเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความมีของพระราชวัง
คนที่อยู่ภายในนั้นหาได้มีความสุขไม่
แต่คนภายนอกจะรู้หรือไม่ว่า
ฮ่องเต้ผู้ทรงอำนาจ ฮองเฮาผู้เย่อหยิ่ง รวมถึงรัชทายาทและโอรสทั้งสาม

มีความรู้สึกอย่างไร
ถ้าเรามัวแต่มองถึงความยิ่งใหญ่ภายนอกพระราชวังเพียงอย่างเดียว

เหตุการณ์ในหนังเกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง
ซึ่งเป็นยุคที่จีนนั้นรุ่งเรืองมาก
สังเกตได้จากพระราชวังที่ยิ่งใหญ่ ประดับไปด้วยทองที่เหลืองอร่ามไปทั้งวัง
รวมถึงเครื่องแต่งกายที่ดูหรูหราด้วย
ช่วงนั้นเป็นยุคที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงไม่มีสิทธิ์มีเสียงใดๆ
แม้แต่ฮองเฮาที่ไม่อยากกินยา แต่ก็ต้องฝืนใจกิน จะเหลือแค่จิบสองจิบก็ไม่ได้
เพราะคนที่สั่งให้กินนั้นคือฮ่องเต้ ซึ่งเป็นผู้ชาย
มีอยู่ตอนหนึ่งที่ชอบคือ ตอนที่ฮองเฮาพูดว่า
"ข้าต้องตายตามแบบที่พ่อของเจ้ากำหนด แต่ข้าจะไม่ขอตายโดยไม่สู้"
มันทำให้รู้สึกว่า ถึงแม้ต้องยอม แต่ก็แอบสู้อยู่ ไม่ได้ยอมง่ายๆ
ลองคิดดู ขนาดจะเป็นหรือตายยังต้องมีคนกำหนดให้เป็นอย่างนั้น
สำหรับตัวฮ่องเต้นั้น
ถึงแม้จะมีบุคลิกที่แข็งแกร่ง มีอำนาจล้นฟ้า
แต่ต้องยอมรับว่าคนที่มีลักษณะเช่นนี้ต้องมีความอ่อนแอซ่อนเร้นอยู่อย่างแน่นอน
ความแข็งแกร่งมาพร้อมกับความอ่อนแอเสมอเช่นกัน
แต่ด้วยความเป็นฮ่องเต้ จะแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น คงไม่ใช่เรื่องที่สมควรนัก
ฮ่องเต้ เป็นกษัตริย์ที่เข้มแข็ง เก่งกาจอาจหาญ สามารถดูแลคนทั้งประเทศได้
แต่เขาไม่สามารถควบคุมคนในครอบครัวได้
ครอบครัวของกษัตริย์เป็นแบบอย่างให้คนทั้งหลายได้แต่เพียงภายนอก
ภายนอกที่ดูสมบูรณ์ทุกอย่าง
แต่ภายในมีแต่ความล้มเหลว
ภายในที่ฮองเฮาไม่มีความสุข จนทำให้ต้องแอบลักลอบมีความสัมพันธ์กับรัชทายาท
ซึ่งก็คือลูกเลี้ยงของตัวเอง
ในบรรดาลูกทั้งสามคน คนที่น่าเห็นใจมากที่สุดก็คือ องค์ชายคนเล็ก
คนที่ไม่มีใครเหลียวแล หรือให้ความสนใจเลย
ทุกคนล้วนแต่ทำเพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการทั้งนั้น
จนลืมที่จะใส่ใจลูกคนนี้
ตัวละครที่น่าสงสารอีกหนึ่งคนก็คือ ฮองเฮา
ฮองเฮา เป็นเหยื่อหรือผลกระทบของยุคที่ผู้ชายเป็นใหญ่
จะอยู่หรือตายก็โดนสั่ง อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว
พอมีความสัมพันธ์กับลูกเลี้ยง ก็โดนทอดทิ้งไปหาหญิงอื่น
ฮองเฮาจึงมีแต่ความว้าเหว่ในจิตใจ
จะทำได้ก็เพียงสู้ในแบบที่จะทำได้เท่านั้น
สรุปง่ายๆว่า ทุกคนในเรื่องนี้ล้วนแต่มีสิ่งแอบแฝง
ล้วนแต่มีสิ่งที่อยู่ภายในที่ถูกปกคลุมด้วยตัวตนภายนอกกันทั้งสิ้น
ฮ่องเต้ มีอำนาจ บารมี ยิ่งใหญ่ล้นฟ้า แต่ครอบครัวไม่เป็นครอบครัว
ฮองเฮา มีสีหน้า แววตาที่เฉยชา เสื้อผ้าอลังการ แต่ในใจสุดจะเงียบเหงา

ฉากที่บ่งบอกถึงความว่างเปล่าที่ชัดเจนที่สุด(ในความเห็น)ก็คือ
ฉากเกือบสุดท้าย ที่มีการฉลองเทศกาล
มีจุดพลุ มีอาหารออกมาเลี้ยง ประหนึ่งว่ามีงานรื่นเริง
ทั้งที่สภาพจริงๆแล้วเพิ่งจะมีทหารตายต่อหน้าต่อตาเป็นจำนวนมาก
เมื่อฮ่องเต้ ฮองเฮา และองค์ชายรอง นั่งอยู่ที่โต๊ะสี่เหลี่ยม
แต่ขาดองค์ชายคนโต และองค์ชายคนเล็ก
บรรยากาศในฉากนี้ให้ความรู้สึกว่าฉากหลังมันอลังการ
แต่สิ่งที่เกิดอยู่ตรงหน้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย
มันเป็นงานเฉลิมฉลองความรื่นเริงที่ปกคลุมความเศร้าอยู่
เป็นฉากที่แสดงความยิ่งใหญ่พร้อมกับความสูญเสียมากที่สุดในคราวเดียวกัน
เมื่อไม่เหลืออะไรแล้ว สิ่งสวยงามภายนอกจะมีค่าอันใดได้อีก
แม้ฮ่องเต้จะแสร้งทำเป็นไม่สนใจ แต่ในใจลึกๆแล้วเขาคงเจ็บปวดไม่แพ้ใครเหมือนกัน
สุดท้ายแล้ว ความยิ่งใหญ่อลังการก็เหลือแค่เพียงความว่างเปล่าเท่านั้น

หนังเรื่องนี้นับเป็นหนังระดับinternationalเรื่องที่สามของจางอี้โหมว
หลังจากเรื่อง HeroและHouse of flying daggers
เป็นหนังที่อลังการงานสร้าง ลงทุนไปมาก
และผลที่ได้รับกลับมาคุ้มค่ากับการลงทุน
บางคนคาดหวังก่อนดูว่าเรื่องนี้ จะเป็นหนังที่มีเนื้อเรื่องยิ่งใหญ่
เพราะดูจากฉาก การโฆษณาแล้ว มันชวนให้คิดว่าจะเป็นเช่นนั้น
แต่เมื่อดูแล้วจะพบว่าเป็นหนังที่ว่าด้วยเรื่องครอบครัวเล็กๆของคนใหญ่ๆ
การที่หนังมีฉากอลังการที่เข้าขั้น"เว่อร์"เหมือนเป็นการเสียดสีตัวหนังเอง
คือ มีความใหญ่ของฉากภายนอก แต่ตัวเนื้อหาข้างในนั้นเละ
เละในที่นี้ ไม่ได้แปลว่าเนื้อหาไม่ดี แต่หมายถึงครอบครัวนั้นเละเทะ
สะท้อนสภาพสังคมในสมัยนั้นได้อย่างดี
นอกจากนี้นักแสดงทุกคนก็สวมบทบาทได้อย่างเหมาะสม
โจวเหวินฟะ เป็นฮ่องเต้ที่ร้ายกาจพร้อมกับมาดเผด็จการได้เป็นอย่างดี
กงลี่ เป็นฮองเฮาที่น่าสงสาร เห็นใจ ในขณะเดียวกันก็น่าเกรงขาม
ทุกฉากที่ออกมาทำให้หนังดูดี เข้มข้นขึ้น
โดยเฉพาะเมื่อโจวเหวินฟะปะทะกับกงลี่
ทำให้หนังน่าติดตามมากขึ้น
เอาเป็นว่า แค่มาดูการแสดงของสองคนนี้ก็คุ้มกับเวลาที่เสียไปแล้ว
ส่วนเนื้อเรื่องก็ดูง่าย ไม่ได้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนแต่อย่างใด
สำหรับเจย์ โชว์นั้น ออกมาน้อยไปหน่อย
แต่ก็ยังคงความเท่ ความแมนได้ดี
สิ่งที่ชอบที่สุดคือตัวละครทุกตัวมีความเป็นคน มีความเป็นจริง
มีดีมีร้าย อยู่ในตัว แต่ก็มีเหตุมีผล
ไม่ใช่ว่าร้ายก็ร้ายไม่มีเหตุผล หรือดีก็ดีซะจนดูไม่ใช่คน ไม่มีความเป็นจริง
สรุปง่ายๆว่า ความตระการตาของหนังไม่สามารถปกปิดความรู้สึกที่"สูญเสีย"ได้
สุดท้าย เพลงตอนจบเพราะดี เข้ากับอารมณ์ของเนื้อเรื่องและตอนจบของหนัง


ps."ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่มีความจริงแอบแฝงอยู่ข้างใน เพียงแต่ว่าคุณจะมองเห็นหรือไม่"

Comment

Comment:

Tweet


ดูแล้วรู้สึกว่าวังสีสันสดใสมากมายค่ะ จงใจทำให้สดใสเกินควรด้วยซ้ำมั้ง = ='
แต่ก็ทำให้แสดงถึงความที่เปลือกนอกสวยแต่ข้างในเละได้ดีมากๆค่ะ

เนื้อหาค่อนข้างธรรมดา แต่คำพูดของแต่ละคนให้ข้อคิดดีๆทั้งนั้น
#2 by ::Materia Hunter:: At 2007-08-07 18:06,
เป็นเรื่องที่น่าดูแต่ก็ยังไม่ได้ดูสักที
#1 by ผู้ชายสีเหลือง At 2007-08-07 17:42,

บะหมี่หยกหกก้อน
View full profile