life

เคยได้ยินว่ามีคนบอกไว้ว่า "สิ่งที่เราชอบกับสิ่งที่เราเป็นมันคนละเรื่องกัน" (เลย)
นั่งๆฟังก็ไม่ได้คิดอะไร
แต่พอมานั่งคิดดู
มันจริงแฮะ
บางอย่างที่เราคิดว่าชอบ คิดว่าอยากทำ
แต่พอลองทำดูแล้ว มันคนละเรื่องเลย
มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเอาไว้
แต่บางอย่างที่เคยคิดมาตลอดว่าไม่ชอบ
ไม่อยากทำ ไม่น่าสนใจ
แต่พอลองทำดู กลับชอบ
คือมันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด
สิ่งที่เราชอบคือสิ่งที่เราอาจจะชอบเมื่อมันไม่ใช่งาน
เพราะถ้าเป็นงานแล้ว
แปลว่ามันต้องจริงจัง
พอมันจริงจัง มันก็มีข้อจำกัดเยอะ
ทำให้เราไม่สามารถทำสิ่งที่เราชอบได้อย่างที่เราอยากทำอย่างเต็มที่
เราต้องทำสิ่งที่เราชอบด้วยข้อจำกัด ด้วยกฎเกณฑ์หลายๆอย่าง
ทำให้เราเบื่อมัน
แปลว่า บางอย่างถ้าเป็นงานอดิเรกจะดีกว่าเป็นงานจริงจัง
คือเราสามารถทำมันได้อย่างเต็มที่ตามความต้องการ
โดยไม่มีกรอบอะไรมากั้นไว้

"สิ่งที่เราเป็น" ในที่นี้หมายความได้2อย่าง
หนึ่ง คือ สิ่งที่เราต้องเป็น ซึ่งคืออาชีพของเรา
สิ่งที่เราต้องใช้เลี้ยงชีพ ต้องทำแล้วได้เงินมา
สอง คือ สิ่งที่เราเป็น คือตัวตนของเราจริงๆ
คือความเป็นเราจริงๆ

อยากจะบอกว่า
บางอย่างที่เรารู้ตัวแล้วว่าชอบ รู้ว่าเป็นแน่ๆ
แต่ด้วยโอกาสและจังหวะ
ทำให้เราเป็นไม่ได้
ทำให้ต้องเป็นอย่างอื่นแทน
หรือ
บางอย่างที่เราคิดว่าชอบ
แต่พอลองทำจริง มันกลับไม่ใช่
แต่มันทำให้เราได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเรา
ตัวตนที่แม้แต่ตัวเราเองไม่เคยได้รับรู้มาก่อน
นั่นคือ การค้นพบตัวเองอย่างจริงจัง

สองอย่างนี้คือสิ่งที่จะบอกเราได้ว่า
"สิ่งที่เราเป็น" คือ ความหมายแบบใดกันแน่
เป็น เพราะต้องเป็น โดยอาชีพ
หรือว่า เป็น เพราะเป็นอยู่แล้ว โดยตัวตน


ความคิดนี้มันผุดขึ้นมาตอนนั่งฟังสัมมนา
เรื่องสารคดี ที่มีพิธีกรกบนอกกะลามาพูด
คนนึงจบศิลปศาสตร์ อีกคนจบถาปัด
แต่มาทำโทรทัศน์ ไม่มีใครจบนิเทดมาโดนตรง
แต่ก็ทำได้ อืม เท่านั้นแหละ

ps.ชีวิตยังอีกยาวไกล ต้องค้นหาต่อไป หวังว่าซักวันคงค้นเจอ ^_^


edit @ 2007/09/11 16:23:55

การเริ่มต้นกับการลงท้ายให้อารมณ์ที่แตกต่างกัน
เมื่อเริ่มต้นเรานับหนึ่ง
เรารู้สึกว่ามันเพิ่งจะ"หนึ่ง"เองหรอ
เรารู้สึกอยากที่จะก้าวไปในขั้นต่อไป
นั่นคือ สอง สาม สี่ และต่อไปเรื่อยๆ
พอมาถึงกลางทางเราย้อนกลับไปดูสิ่งที่ผ่านมา
เรารู้สึกว่านี่มันครึ่งทางแล้วหรอ
นี่เรานับได้ถึง"ห้า"แล้วหรอ
ความรู้สึกหนึ่งดีใจ
เพราะมันใกล้สำเร็จแล้ว
อีกความรู้สึกหนึ่งไม่ดีใจ
เพราะเราใกล้ที่จะไม่ได้นับอะไรต่อไปแล้ว
พอมาถึงปลายทาง
เรารู้สึกใจหาย เศร้า แต่ไม่เสียใจ
ใจหายที่ว่า นี่เรานับถึง"สิบ"แล้วหรอ
นี่มันถึง"จุดสุดท้าย"แล้วหรอ
เราจะไม่สามารถก้าวต่อไปได้อีกแล้วใช่มั้ย
เศร้าที่ว่า เราไม่สามารถย้อนกลับไปสัมผัสกับความรู้สึกต่างๆได้อีกแล้ว
ระหว่างทางที่เราได้ก้าวเดินมานั้น
มีความรู้สึกหลากหลายเกิดขึ้น
ถ้าเราสามารถซึมซับมันได้ระหว่างที่เดินทาง
ความรู้สึกมันจะอยู่กับเราตลอดไป
มันเศร้าที่เราไม่สามารถรู้สึกอะไรได้อีกแล้ว
เพราะการเดินทางนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว
นี่คือ"จุดหมายปลายทาง"ของเราแล้ว
สิ่งที่เหลือคือ"ความทรงจำ"ดีๆ ที่จะอยู่กับเราตลอดไป

ขอบคุณ "พระอาทิตย์" ที่สาดส่องทอแสงแดดในยามเช้าให้เราตื่น
ขอบคุณ "ถนนพระอาทิตย์" ที่เป็นทางให้เราก้าวเดินต่อไปในข้างหน้า
ขอบคุณ "บ้านพระอาทิตย์" ที่ทำให้เราได้เรียนรู้และรับรู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้
ขอบคุณ "คนที่บ้านพระอาทิตย์" ที่ทำให้บ้านเป็นบ้านมากขึ้น ไม่ใช่เพียงตึกสำหรับการทำงาน
ขอบคุณ "ความรู้สึกของคนที่บ้านพระอาทิตย์" ที่ให้ความรู้สึกดีๆ ที่เราสามารถสัมผัสได้ด้วยใจ
ขอขอบคุณ "พี่ๆที่ชั้น5 ตึกบี" ที่ทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสนุกสนาน เฮฮา ปราศจากความเครียด
ขอขอบคุณ "พี่ๆที่ชั้น5 ตึกบี"(อีกครั้ง) ที่ทำให้เด็กฝึกงานอย่างเรา รู้สึกว่าไม่ได้มาฝึกงาน แต่เป็นการมาเพื่อพบกับประสบการณ์ใหม่ๆที่เราไม่เคยได้รู้มาก่อน และเราสนุกกับมัน

สุดท้ายนี้ ขอบคุณทุกๆความรู้สึกของคนที่นี่ที่มีมาให้ จนทำให้เราสามารถรู้สึกถึงความรู้สึกนั้นได้

ขอบคุณจริงๆ ^_^


edit @ 2007/05/25 15:45:08
edit @ 2007/05/31 14:54:26

คนเราไม่ค่อยยอมรับความจริงหรอก
คนเราไม่ค่อยยอมรับตัวเองหรอก
ว่ามั้ย?
อะไรที่ไม่ได้ดั่งใจ
ก็โวยวาย
ไม่มีเหตุผล
ไม่มีความคิด
แต่ขอให้ได้โวย
ขอให้ได้เสียดสี
แต่พออะไรได้อย่างที่หวัง
ก็เฉย
มีเหตุมีผล
พูดจาฟังแล้วเข้าหู
ถ้าตัวเองได้ดีกว่าคนอื่น
ช่างคนอื่นมัน
ถ้าตัวเองได้ไม่ดีกว่าคนอื่น
มองคนอื่นด้วยสายตาเปลี่ยนไป
ในใจมีแต่คำถาม
ทำไม เพราะอะไร
แต่อยากให้รู้ว่า
แต่ละคนมันไม่เหมือนกัน
จะให้ทุกอย่างเหมือนกันหมด
เท่ากันหมด
มันเป็นไปไม่ได้หรอก
ปัจจัยหลายๆอย่างมันไม่เหมือนกัน
สิ่งแวดล้อมต่างๆ
โดยเฉพาะตัวบุคคลเองที่สำคัญที่สุด
คนหนึ่งพยายาม ทุ่มเท ตั้งใจ ขยัน เต็มที่+ความสามารถ
คนหนึ่งไม่พยายาม ไม่ทุ่มเท ไม่ตั้งใจ ขี้เกียจ ไม่ได้ทำเต็มที่+ความสามารถน้อย
แล้วผลมันจะออกมาเหมือนกันได้ยังไง
ต้องยอมรับความจริงสิ
บางคน
แค่ยอมรับความจริง
ยังทำไม่ได้เลย
มีแต่คนที่หลอกตัวเองอยู่นั่นแหละ
บางครั้งมันก็ยากที่จะยอมรับในสิ่งที่เราไม่อยากยอมรับ
แต่เราจำเป็นต้องยอมรับมัน

ps. "There is nothing either good or bad but thinking makes it so."
- - W.Shakespeare - -


edit @ 2007/01/05 16:03:04
edit @ 2007/05/31 15:03:47


บะหมี่หยกหกก้อน
View full profile